Google

By Google
www.gotwodays.com


เลือกภูมิภาค
เลือกจังหวัด


วัดพระธาตุช่อแฮ เมือง แพร่
  อ่านแล้ว 8,001 ครั้ง

พระธาตุช่อแฮ
เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่ ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1879 - 1881 ในสมัยพระมหาธรรมราชาธิราช (ลิไท) โดยขุนลัวะอ้ายก๊อม พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสอง ศิลปะเชียงแสน สูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร สร้างด้วยอิฐโบกปูนหุ้มด้วยแผ่นทองเหลืองลงรักปิดทอง

สำหรับชื่อ พระธาตุช่อแฮนั้น คำว่า "แฮ" สันนิษฐานว่าเพี้ยนมาจากคำว่า "แพร" หรือ "ผ้าแพร" ซึ่งเป็นความหมายเดียวกับชื่อของจังหวัดแพร่ ลักษณะขององค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสอง บุด้วยทองดอกบวบ สูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร ศิลปะแบบเชียงแสน สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย ในราว พ.ศ.1879 - 1881  ในสมัยพระมหาธรรมราชา (ลิไท) ได้เสด็จมาบูรณปฏิสังขรณ์พระเจดีย์แห่งนี้และจากนั้นได้จัดงานสักการะ 7 วัน 7 คืน และในปี พ.ศ. 2467 ครูบาศรีวิชัย ได้มาเป็นประธานบูรณะปฏิสังขรณ์อีกครั้งหนึ่ง

ความเชื่อในเรื่องปี นักษัตรของชาวเหนือผูกพันกับคติการบูชาพระบรมธาตุ มีประเพณีชุธาตุหรือการไหว้พระประจำปีเกิด โดยเชื่อว่าครั้งหนึ่งในชีวิตควรมีโอกาสเดินทางไปไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของ ตนเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งครูบาศรีวิชัยได้เกิดในปีขาลนี้เช่นกัน ก็ได้ทำการบูรณะพระธาตุช่อแฮ เชื่อกันว่าได้กลายเป็นแบบอย่างให้คนล้านนานิยมทำบุญตามพระธาตุปีเกิดของตน เองอย่างแพร่หลาย



 



ตำนานพระธาตุช่อแฮ
ตามหนังสือตำนานพระเจ้าเลียบโลก กล่าวว่าสมัยครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้เสด็จมา ณ ดอยโกสิยชัคคะบรรพตแห่งนี้ เมื่อขุนลัวะ อ้ายก้อม เจ้าลาวทราบว่าเป็นพระพุทธเจ้าเสด็จมา ได้นำภัตตาหารมาถวาย ทรงพยากรณ์ว่าที่นี่ต่อไปจะมีเมืองชื่อเมืองแพร่ ในครั้งนั้นพระอรหันต์และพระยาอโศกที่เสด็จมาด้วยได้ทูลขอพระเกศาธาตุมอบให้ ขุนลัวะ ไปบรรจุในโกศแก้วแล้วนำไปไว้ในถ้ำด้านตะวันออกของดอยที่ประทับ และพระพุทธเจ้าทรงมีรับสั่งว่า หลังจากที่พระองค์ปรินิพพานแล้วให้นำพระธาตุข้อศอกข้างซ้ายมาประดิษฐานที่นี่ ต่อมาขุนลัวะได้นำมาใส่ในท้องสิงห์ทองคำบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์พระธาตุช่อแฮสืบมา


การเดินทางไปวัดพระธาตุช่อแฮ

พระธาตุช่อแฮตั้งอยู่ที่ตำบลช่อแฮ ห่างจากตัวเมืองแพร่ประมาณ 9 กิโลเมตร  โดยแยกจากทางหลวงหมายเลข 101 ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1022 เข้าไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร









 


Writer :     Update : 5 ม.ค. 2558 04:03:29
ข้อมูลจาก :
  

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความเห็น

  ค้นหาที่กินที่เที่ยว